วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

รักแท้แต่คบไปวัน ๆ



ความรัก

รักแท้แต่คบไปวัน ๆ

          ความรัก...เมื่อเราปล่อยให้มันเกิดขึ้นกับเราแล้ว แน่นอนว่าเป้าหมายของเราคงไม่ได้หยุดอยู่แค่คำว่า "คบกัน" แค่นั้น ทุกคนที่มีความรักล้วนเชื่อมั่นและคาดหวังว่า วันหนึ่งความรักจะนำพาคนสองคนก้าวไปสู่เป้าหมายแห่งการ "ใช้ชีวิตร่วมกัน" หากแต่คบกันมานาน ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีอนาคตร่วมกันเลย หรือเขาไม่เข้าใจเหมือนที่เราเข้าใจว่า "รักแท้ ไม่ใช่แค่คบไปวัน ๆ" เราควรจะทำอย่างไรต่อไปดี?

          แปลกดีนะ ความรักมักทำให้เราปวดหัวกับมันได้เสมอ ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ตั้งแต่เรื่องง่าย ๆ ไปจนถึงเรื่องยาก ๆ แม้ว่าเราจะก้าวผ่านอุปสรรคมาด้วยกันหลายอย่างแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เคยสร้างความมั่นใจให้เลย

          บางคนจึงอยู่กับคำถามเดิม ๆ ที่แสนเจ็บปวด เพราะไม่รู้ว่า "เราสองคนจะมีอนาคตร่วมกันหรือไม่" เมื่อไหร่ที่คนเราเริ่มมองหา "ความมั่นคง" ในชีวิต การเริ่มต้นมองหาจากคนใกล้ตัว เช่น คนรัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ทำไมมันช่าง "กดดัน" และ "เจ็บปวด" เหลือเกิน ทุกครั้งที่เอ่ยปากถึงเรื่องนี้ กลับเป็นประเด็นที่ทำให้คนสองคน "ทะเลาะ" กันได้ทุกที

          ทั้งที่เราปล่อยให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมันมาอย่างยาวนาน นานพอที่น่าจะพิสูจน์ได้แล้วว่าระหว่างเรา คงจะไม่มองใครคนไหนอีก คิดว่า "จะหยุดที่คนนี้" แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ก้าวหน้าไปกว่านี้เลย ในขณะที่อีกคนเริ่มคิดถึงเรื่องเป้าหมายในอนาคต เริ่มอยากมีอะไรเป็นของตัวเอง เช่น อยากมีบ้าน อยากมีรถ อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากมีงานแต่งงาน แต่อีกคนกลับ "ยังไม่คิดถึงเรื่องเหล่านี้เลย"

          บางคนให้เหตุผลว่า "คบกันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว" ยังจะต้องการอะไรอีก บางทีก็บอกว่า "ไม่พร้อม" ทั้ง ๆ ที่หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาดูพร้อมมาตั้งนาน

          เพื่อนฉันคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เธอมีแฟนที่เพียบพร้อมทุกอย่าง เขามีบ้าน มีรถ มีการงานที่มั่นคง เธอกับเขาคบกันมาเกือบสิบปี คนรอบข้างเริ่มถามถึงเรื่องการใช้ชีวิตคู่ อยากให้แต่งงานกัน เพื่อจะได้เริ่มต้นชีวิตด้วยกันสักที แต่เขาก็นิ่งเฉย เพราะไม่อยากลงเอ่ยด้วยการ "แต่งงาน" ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ต้องการ "เสียเธอไป"

          นอกจากนี้ ยังมีพี่ที่ทำงานของฉันคนหนึ่ง คบกับแฟนแค่ปีเดียว ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน ตอนนั้นใคร ๆ ก็มองว่า "เร็วจังเลย" ทำไมถึงไม่ดูกันไปนาน ๆ ก่อน พี่คนนี้บอกว่า "ก็ในเมื่อเจอคนที่ใช่แล้ว จะรออะไร" งานแต่งงานของทั้งคู่ผ่านไป ชีวิตแต่งงานของพี่คนนี้ก็เป็นชีวิตที่มีความสุข มีปัญหามาให้แก้บ้าง มีเรื่องทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาไหนที่ความรักเอาชนะไม่ได้

          ส่วนอีกตัวอย่างหนึ่ง...ก็เป็นเรื่องของคู่รักคู่หนึ่งที่คบกันมานานถึง 7 ปี เมื่อผู้หญิงเริ่มอายุมากขึ้น พ่อแม่ก็อยากให้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา แต่แฟนของเธอก้เอาแต่ชิลล์ เขาคิดว่า "ไม่ต้องแต่งงานก็มีความสุขได้เหมือนกัน" เมื่อชัดเจนขนาดนี้ว่า "ความคิดไม่ตรงกัน" ผู้หญิงก็ตัดสินใจเลิกกับเขา ต่อมาเธอก็รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งที่เข้ามาจีบ เขารักเธอ และอยากใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอ ทั้งคู่คบกันแค่ 6 เดือน พวกเขาก็ตัดสินใจแต่งงานกัน ในขณะที่แฟนเก่า พอรู้ว่าแฟนเลิกกับตัวเองแล้วไปแต่งงานกับอีกคน ก็เสียใจมาก พยายามทำทุกอย่างเพื่อขอให้ผู้หญิงกลับคืนมา เขายอมแต่งงาน เขายอมตามใจเธอทุกอย่าง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว เธอเลือกอีกคนที่ "เชื่อมั่น" ในตัวเธอตั้งแต่แรก เธอหันหลังให้กับคนที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดหมาย เพราะเธอรู้ว่าถ้ายอมคบกับเขาไปเรื่อย ๆ แบบนี้ วันหนึ่งเธอจะกลายเป็นคนไม่มีอนาคตตามไปด้วย

          แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เรื่องของความรักที่ส่งผลต่อชีวิตจริงของเรา ล้วนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การจะตัดสินใจ "รัก" หรือ "ไม่รัก" คนคนหนึ่ง จากประสบการณ์ของคนอื่น ๆ อาจไม่ถูกเสมอไป เพราะคนเรามีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน คิดต่างกัน ไม่มีใครจะทำตามแบบใครแล้วจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์

          รักแท้...ที่บางคนค้นเจอ อาจใช้เวลาไม่นานก็ได้เจอ แต่กับบางคน...จำเป็นต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต เพื่อจะแน่ใจว่าใครคือคนที่อยากอยู่ร่วมกันมากที่สุด คู่รักบางคู่ ไม่ได้ลงเอยด้วยการแต่งงาน แต่ก็อยู่กันไปจนแก่เฒ่า นี่ก็เรียกว่า "รักแท้" ได้เหมือนกัน

          สิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องถามตัวเองว่า...รักคนนี้แล้วเรามีความสุขหรือเปล่า? ถ้าคำตอบคือ "ใช่" รักเขาแล้วมีความสุข ก็ไม่สำคัญหรอกว่า...รักแล้วจะมีอนาคตข้างหน้าร่วมกันอีกไหม เพราะความสุขที่เกิดขึ้นกับเราทุกวัน จะให้คำตอบกับเราเองว่าอนาคตของเราจะเป็นเช่นไร เมื่อวันที่เขาและเราพร้อม เมื่อนั้นคำตอบที่ถูกต้องจะเดินมาหาเราเอง "ขอแค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ"

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

''30ข้อ'' ที่ควรทำในชีวิต


''30ข้อ'' ที่ควรทำในชีวิต


1. เฝ้าดูดวงอาทิตย์ตกอย่างจริงจัง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
2. อย่าดูถูกผู้อื่น
3. พูดคำว่า ขอบคุณ ให้มากๆ 
4. มีชีวิตอยู่ภายใต้จุดมุ่งหมายของตนเอง
5. ปฏิบัติกับคนอื่นเช่นเดียวกับที่ตนอยากให้คนอื่นปฏิบัติกับตน
6. บริจาคเลือดทุกปี
7. คบหาเพื่อนใหม่ และรำลึกถึงเพื่อนเก่าเสมอ
8. รักษาความลับให้เป็น
9. ยอมรับความผิดพลาดของตนเอง
10. จงแสดงความกล้าหาญ  ถึงแม้ว่าตนจะไม่ใช่คนกล้าก็ตาม
11. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก มิใช่เพื่อการเป็นหนี้สิน
12. อย่าขี้โกง
13. อ่านหนังสือธรรมะอย่างจริงจัง ปีละ 1 ครั้ง
14. เรียนรู้ที่จะฟัง
15. อย่าสิ้นหวัง
16. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใดๆ นอกจากปั  าและความกล้าหา 
17. อย่าแสดงอะไรออกมาเมื่อมีความโกรธ
18. มีบุคลิกที่ดี เดินเข้าไปในห้องทำงานอย่างมั่นใจ
19. อย่าถกเถียงธุรกิจภายในลิฟต์
20. จงตั้งใจแพ้ศึกเล็กๆ เพื่อเอาชนะศึกให ญ่ๆ 
21. อย่าคบกับบุคคลที่ไม่เคยสู ญเสียสิ่งใดๆ เลย
22. อย่านินทาลับหลัง
23. เมื่อเผชิ หน้ากับงานหนัก จงปฏิบัติกับมันราวกับว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
24. อย่าคิดว่าชีวิตจะยุติธรรมเสมอไป
25. อย่าประเมินอำนาจของการให้อภัยต่ำเกินไป
26. อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง
27. อย่ากลัวที่จะกล่าวว่า ผมเสียใจ
28. อย่ากลัวที่จะกล่าวว่า ผมไม่รู้
29. จงเขียนเรื่องราว 25 ประการ ที่อยากรู้ก่อนตายไว้ในกระเป๋าและนำมันติดตัวไปด้วยเสมอ
30. โทรศัพท์ถึงพ่อ-แม่บ้าง

ทำได้กี่ข้อกันบ้าง . . . .????

ถ้าไม่รักก็อย่าให้ความหวัง


ถ้าไม่รักก็อย่าให้ความหวัง

       แม้ ว่าคนเราจะมีอยู่เป็นพัน ๆ ล้านคนบนโลกใบนี้ แต่การที่เราจะคลิกกับใครสักคนนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย บางครั้งคนที่เราชอบ เขาอาจจะไม่ได้ชอบเรา ในขณะที่มีคนมาชอบเรา แต่เราก็อาจจะไม่ได้ชอบเขา
       การที่เราชอบใครสักคน แต่เค้าไม่ได้ชอบเราตอบนั้น มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บอย่างบอกไม่ถูก แต่การที่เขามาให้ความหวังเราแล้วจากไปนั้นเจ็บยิ่งกว่า ........

       บาง ครั้งการกระทำบางอย่างของเราอาจจะเป็นการให้ความหวังใครบางคนเข้าได้ โดยที่เราไม่รู้ตัว อย่างเช่น
       การโทรหาเขา หลังสี่ทุ่ม เวลานี้ถือว่าค่อนข้างดึกนะ และเป็นเวลาที่คนพิเศษเขาจะโทรหากัน ดังนั้นถ้าไม่มี ธุระอะไรที่จำเป็นก็อย่าโทรหาเขา/เธอในเวลานี้ เพราะเค้าอาจจะคิดได้ ว่าเขาน่าจะได้ขยับเป็นคนพิเศษได้บ้าง
       ไม่ควรซื้อของ ขวัญที่พิเศษกว่าเพื่อนคนอื่นให้เขา หรือเป็นของ ขวัญที่คนพิเศษน่าจะมอบให้กัน เพราะเขาอาจจะเข้าใจผิดได้ว่าคุณ เริ่มมีใจให้เขาบ้างแล้ว แม้ว่าบางทีคุณอาจจะแค่อยาก ซื้อให้เขาก็เท่านั้น แต่เขาอาจจะไม่คิดอย่างที่คุณคิดก็ได้
       อย่าพูดในทำนองว่าช่วงนี้คุณเหงามาก อยากมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ ให้เขาฟังบ่อย ๆ เพราะเขาอาจจะคิดว่าคุณบอกเขาเป็นนัย ๆ ว่าคุณหมายถึงเขาได้ เรื่องแบบนี้ทางที่ดีควรจะคุยกับเพื่อนสนิท ๆ หรือก๊วนเพื่อนที่คบกันอยู่ประจำมากกว่า
       อย่าสัมผัส ถูกเนื้อต้องตัวกันโดยใช่เหตุ แม้ว่าคุณจะเห็นว่าเขาเป็นเพื่อน แต่การเดินแตะแขน หรือกอดคอ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ต้องโดนตัวกันโดยไม่จำเป็นนั้น มันอาจจะทำให้เขาคิดไปไกลไหนถึงไหนได้
       พยายามทำตัว กับเขาให้เหมือนกับที่ทำกับเพื่อนคนอื่น ๆ พยายามทำให้เขาเห็นว่าคุณเองรู้สึกกับเขาแค่เพื่อน คุณ อาจจะพูดย้ำเสมอ ๆ เวลาอยู่ด้วยกันทั้งกลุ่มว่าคุณรู้ดีแค่ไหนที่ได้อยู่กับเพื่อน ๆ (ซึ่ง ก็มีเขาอยู่ ณ ที่นั้นด้วย) และอย่าพยายามถามว่าเขารู้สึกกับคุณเช่นไร เพราะหากว่าคำตอบคือ เค้าอยากเป็นมากกว่าเพื่อนกับคุณ แต่คุณไม่ได้คิดอะไรกับเขา นั่นเท่ากับคุณเป็นฝ่ายให้ความหวังเขา แล้วก็จากไป
       หาก มีใครสักคนที่เข้ามาชอบคุณ แต่คุณไม่ชอบเขา  ก็อย่า ลังเลที่จะปฏิเสธเขาอย่างนุ่มนวล อย่า กลัวว่าเขาจะเสียใจ เพราะถ้าคุณไม่ได้ชอบเขาจริง ๆ ไม่ว่าจะปฏิเสธเขาตั้งแต่แรก หรือตอนไหน ๆ เขาก็เจ็บอยู่ดี เพียงแต่การบอกเขาตั้งแต่เนิ่น ๆ เขาอาจจะยังรู้สึกดีกว่าที่คุณทำเหมือนมีใจ แต่แล้วก็ทิ้งไปอย่างไม่ใยดีในตอนหลังเสียอีก ที่ ใดมีรักที่นั่นย่อมมีทุกข์ แต่หลายคนก็ยอมทุกข์ เพื่อให้รู้จักความรั